จักรยานคันใหม่ของฉัน

2005 Aug 18, 20h

ไม่มีอะไรภาคภูมิใจเท่าได้สิ่งที่ต้องการด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เก็บเงินที่ได้จากการทำงานหลายชั่วโมงเอามาลงทุนซื้อจักรยานส่วนตัว ไปซื้อมาจากร้านที่เชื่อถือได้ บริการเยี่ยม และเป็นกันเอง เป็นร้านเก่าแก่อยู่มา 73 ปี แล้ว จักรยานสมบูรณ์ของเราจะเป็นอย่างนี้

ร้านไม่ได้ใกล้บ้าน อยู่แถว Green Lake ใน Seattle ใกล้บ้านที่เคยอยู่จากเกิดจนเด็กเล็ก แต่บ้านปัจจุบันอยู่ Bothell ซึ่งอยู่ทางอีสานของนคร เป็นชานเมือง ยังไม่บ้านนอก ขามาด้วยรถเมล ขากลับได้จักรยานแล้วก็ขี่กลับบ้านเลย เมืองนี้ค่อนข้างเป็นมิตรกับจักรยาน เพราะมีเลนจักรยาน ทางเฉพาะสำหรับจักรยาน คนขับส่วนมากก็ยอมรับได้ และ มี“กลุ่มสมาคมจักรยานท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ”:http://www.cascade.org ตั้งฐานที่นี่ด้วย ผลสำรวจประชากรของรัฐบาลในปี 2000 พบว่า มีคนเดินทางด้วยจักรยานอยู่ร้อยละ 2 จากร้อยละ 28 ที่ไม่ใช้รถยนต์เดินทาง (จักรยาน เดินเท้า และระบบขนส่งมวลชน)

กรุงเทพน่าจะเอาอย่างนะ ที่ราบน่าจะขี่สบายๆ เขาที่มีก็แค่ เขาดิน กับ ภูเขาทอง (มุขฝืดอย่างแรง) คิดดู คนน้ำหนักเกินจะลดลง คนจะมีสุขภาพดีขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมัน ลดมลพิษ ไม่ต้องเสียเงินเป็นพันล้านเพื่อขยายแลสร้างะถนนใหม่ แถมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ด้วย กรุงเทพ แดนสวรรค์ของนักจักรยานแห่งเอเชีย…

ฝันกลางวันไปแล้ว กลับเข้าสู่เรื่องของเรา ก็ขี่จักรยานกลับบ้าน ไม่ได้ขี่มาเกือบปี กล้ามเนื้อกับร่างกายก็อ่อนไปมาก ขึ้นเขาทีก็แทบตาย เมื่อยขา… ได้จักรยานดีมาแล้ว เหลืออย่างเดียวคือร่างกายที่แข็งแรง เราก็ขี่บนถนนร่วมกับรถยนต์อื่นๆ จนมาถึงทางเข้าทางจักรยานเฉพาะที่นามว่า Burke-Gilman Trail นี่คือเส้นทางเดียวกับที่เราเคยเดินแทบตายเมื่อเดือนก่อน (อ่านเรื่อง Keep Walking) คราวนี้ไม่ใช่เดินแทบตาย แต่ขี่จักรยานแทบตาย ขาเมื่อย เจ็บหลังเพราะแบกเป้อย่างกับไอ้บ้าหอบฟาง เจ็บบั้นท้ายเพราะอานมันเอนลง ทำให้นั่งไม่เต็มอาน แต่ก็ยังดีกว่าเดิน ระยะทางจากร้านไปห้องสมุด Bothell เกือบ 30 km ใช้เวลาขี่ประมาณ 1 ชั่วโมง รับน้องสาวที่ห้องสมุด พาขึ้นรถเมลกลับบ้าน ต้องเดินกับจักรยานและน้องสาวไปที่ป้าย จักรยานก็เอาวางในรางขนจักรยานที่หน้ารถ รถเมลทุกคันในเมืองนี้มีรางที่บรรทุกจักรยาน 2 ถึง 3 คัน ทำให้สะดวกมากๆ อย่างที่เราจะเล่าต่อไปนี้

วันนี้เราไม่ทำงาน แต่คุณพ่อขอให้ไปช่วยถ่ายภาพที่ร้านสำหรับส่งให้ญาติๆ ทางเมืองไทย ร้านตั้งอยู่ในเมือง Renton อยู่ประมาณ 30 km ไปทางใต ้เราเลยถือโอกาสลองจักรยาน เช้าวันรุ่งขึ้นก็เช็คสภาพ ปรับอานให้ถูกต้อง ปรับความสูงของอาน จะได้ไม่ทรมานอย่างวันก่อน และเลือกใช้เป้สะพายแทนเป้หลัง

เราถ่ายภาพไว้ด้วย Click to zoom

จักรยานและน้ำหนักเพื่อออกกำลังกาย

เราจอดจักรยานไว้ในโรงรถ วิธีเอาออกจากบ้านมีอยู่ 3 ทาง คือ

  1. เอาออกผ่านประตูโรงรถ ต้องใช้รีโมทกดปิด-เปิดประตูถ้าอยู่ข้างนอก รีโมทนั้นอยู่ในรถครอบครัว
  2. เอาออกผ่านด้านหลังโรงรถ แล้วอ้อมข้างบ้าน ต้องมาเปิดประตูลานหลังบ้าน ซึ่งเปิดได้จากด้านในอย่างเดียว ยุ่งยาก
  3. เอาออกผ่านประตูหน้าบ้าน ประตูนั้นอยู่ชั้นลอย ระหว่างชั้นล่าง (โรงรถ ห้องคอม)กับชั้นบน (ที่อยู่อาศัย ครัว) ต้องยกจักรยานขึ้นบันได ดีที่มันเบา ค่อยยกสบายหน่ิอย และพิชิตประตูปิดเอง (มีสปริง)

รับประทานอาหารเช้า (กล้วย) ออกมานอกบ้าน เวลา 11 นาฬิกา อากาศแจ่มใส อุณหภูมิ 20 กว่าๆ เมื่อเช้าหมอกลงจัดแต่หายไปหมดแล้ว ลานหญ้าเขียวชอุ่ม ถนนโล่ง เราพร้อมออกเดินทางแล้ว

ก่อนออกเดินทาง ลืมยิ้ม... มีปัญหาไหมล่ะ

ขั้นตอนแรกคือไปที่ป้ายรถเมล เพื่อขึ้นรถไปยัง Bellevue (เบลล์วิว) เป็นเมืองที่อยู่อีกฝั่งของทะเลสาบ ตรงข้ามกับ Seattle (ฝั่งตะวันตก) เป็นศูนย์ธุรกิจการค้าของฝั่งนี้ของทะเลสาบ (ฝั่งตะวันออก) เราขี่จักรยานไปที่แยก เข้าเลนเลี้ยวซ้ายแล้วรอสัญญาณ สัญญาณเขียวก็เล้ยงเข้าถนนใหญ่ เข้าเลนจักรยาน ผ่านไฟเขียวข้ามทางด่วนไปยังลานจอดและจร (Park and Ride) ที่รถเมลหลายสายจะไปจอด รถบัสสายด่วนลายคลื่นทะเลวิ่งขึ้นจากทางด่วนมารับผู้โดยสารที่ Park and Ride เราเอาจักรยานขึ้นราง แล้วขึ้นไปขนรถ รูดบัตรแล้วนั่งพัก รถเมลวิ่งเข้าทางด่วนอีกครั้งเพื่อไปยังจุดหมาย เราเสียวจักรยานหลุดรางเพราะรถวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่มันก็อยู่แน่นดี แหงอยู่แล้ว มีคานยืดล้อหน้าไว้ หลุดไม่ได้ 20 นาทีผ่านไป รถก็มาสุดสายที่ Bellevue Transit Center เป็นชุมทางที่มีสายรถเมล 20 กว่าสายผ่าน ตั้งอยู่ในใจกลางเขตธุรกิจด้วย ช่วงเร่งด่วนจะมีคนทำงานมาใช้บริการอย่างหนาแน่น แต่ช่วงนี้ก็ซาลงไปมาก โล่งๆ

Bellevue Transit Center

ในภาพสังเกตรถเมลที่เราเพิ่งลง (ทางซ้าย) กับสถาปัตยกรรมแนวท้องถิ่น (Northwest Style)

จากจุดนี้ ก็จะเดี่ยวจักรยาน ขี่จาก Bellevue ซึ่งเป็นจุดครึ่งทางระหว่างร้านกับบ้าน ไปปลายทางที่ Renton เราสำรวจเส้นทางไว้เรียบร้อยแล้ว ตามที่เห็นจาก Google Earth เป็นเส้นสีเหลือง ระยะทางที่ขี่ได้ 16 km เริ่มที่ Bellevue Transit Center ปลายทางอยู่บนที่ราบสูง เป็นจุดสีเหลืองเขียนว่า Quiznos 826 เส้นน้ำเงินคือทางด่วน

Bellevue to Renton 16 km

บางส่วนเป็นถนนเงียบๆ บางส่วนเป็นทางจักรยาน จากเมืองกลายไปเป็นชานเมือง และก็เขา อ่า… เจ้าวายร้ายที่เรายังไม่ได้พิชิตอย่างเต็มที่ ขึ้นทีอืดยังกับเต่า เมื่อยขา แต่พอลงเขา วี้…… สบายเลย ทางจักรยานวิ่งขนานทางด่วน ส่วนที่เป็นถนนวิ่งเลียบทะเลสาบ นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ได้ชมวิวสวยด้วย! สวยมากจนลืมถ่ายภาพมา เหอะๆ ตามทางก็มีนักจักรยาน ผู้มีความสามารถมากกว่าเราแซงขึ้นเขาไปสบายๆ กับ นักวิ่ง บางคนวิ่งกับสุนัข วันสวยๆ อย่างนี้ อยู่ข้างในก็เสียดายสิ วันอย่างนี้หายาก (ปกติเมฆจะเต็มฟ้าตลอด ฝนตกตลอดด้วย)

ทางจักรยานขนานทางด่วน

ขี่มาได้ชั่วโมงก็มาถึงตัวเมือง Renton ตอนนี้ขาเมื่อยมากแล้ว พยายามจะขึ้นไปบนที่ราบสูง (ร้านอยู่บนนั้น) แต่ไปได้แค่ 10 เมตร ซี้ด โอ้ย… แสบขา สงสัยหักโหมมากไปแล้วโอม เรากลับทิศ ลงเขา แล้วขี่ไปยังป้ายรถเมลใกล้ๆ รอรถที่จะพาเราขึ้นไปยังที่ราบสูง ไม่ไหว เจ็บขา ชันกว่าที่คิด

ชันกว่าที่เห็นนะ

เหนื่อย... ให้รถเมล์พาขึ้นเขาดีกว่า

รถเมลพาขึ้นไปยังที่ราบสูงแล้ว เราก็ลงป้ายที่เราลงตอนมาด้วยรถเมล แต่ครั้งนี้ขี่จักรยานไป ใช้เวลา 7 นาที เดิน 680 เมตร จักรยานใช้เวลา 4 นาท แต่ขี่ระยะทางยาวกว่าเดิน ในช่วงสุดท้าย เราพบว่าเป้สะพายก็ใช้งานไม่ดีเท่าที่คิด ดีอย่างคือหลังโล่ง เหงื่อไม่อับหลัง แต่เสียก็เช่นเดียวกับเป้หลังคือหนักไหล่ แถมโยกไปโยกมาตอนขี่ด้วย มันเผลอโยกไปติดกับล้อหน้า แทบทำที่กันน้ำฝนพัง (ซ่อมได้) กับเราล้มด้วย (ทรงตัวได้ เลยไม่ล้ม)

รายละเอียดพาหนะกับสัมภาระ

มาถึงร้าน เข้าหลังร้านเพื่อจอดจักรยานในร้าน ไม่จอดนอกร้านเพราะลืมเอากุญแจไขล็อกมา แบกท่อนเหล็กหนัก 1 กิโลกรัม บั่นทอนแรงไปเปล่าๆ

รถของครอบครัว จักรยานของฉัน

ทำภารกิจเสร็จ กินอาหารกลางวัน แล้วก็ออกเดินทางกลับบ้าน ขี่ไปขึ้นสาย 240 กลับ Bellevue เพื่อต่อรถด่วนกลับบ้าน ป้ายอยู่ทางเหนือของร้าน 2 km ปกติเดินใช้ 17 นาที แต่ขี่จักรยานแค่ 5 นาทีเอง นั่งบนรถก็เริ่มง่วง คงเหนื่อย+อาหารที่เพิ่งกินเข้าไป เข้าเขตธุรกิจของ Bellevue เรามองออกหน้าต่างไป เห็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นนายตำรวจ บนจักรยานตำรวจ เท่ดี กะทัดรัดและประหยัด ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นด้วย เคยเห็นบางที่มีไฟกับไซเรนติดด้วย ฮ่าๆ ลงจากรถที่ชุมทาง ก็พบนายตำรวจบนจักรยานคนเดิมขี่ผ่านไป เราเข้าแถวรอขึ้นรถเมล รถด่วนนี้ติดแอร์ด้วย เ็ย็นสบาย หยุดคิดเรื่องจักรยานสักครู่ หาอย่างอื่นทำ

บนรถด่วนสาย 532

เราชอบเจ้าตัวดำน่ารักนี้ (ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร) ที่เพื่อนแสนดีของเรามอบให้ก่อนที่เราจะมาอเมริกา เซ็นเฟรนชิปให้เป็นคนแรกด้วย เราพกติดตัวไว้ เจอฉากหลังที่น่าสนใจเมื่อไหร่ ก็จะหยิบเจ้าดำนี้ขึ้นมาเป็นตัวแบบในภาพแทนเรา แต่เราไม่ดำขนาดนั้น หรอก เห็นเจ้าดำก็ทำให้คิดถึงเพื่อน แต่เพื่อนคนที่ให้สีผิวตรงข้ามกับเจ้าตัวนี้ เหอๆ

ลงจากรถก็ขี่ 500 เมตรสุดท้ายจากป้ายถึงหน้าบ้าน ยังไม่สะใจ ปลดเป้แล้วขี่ไปห้องสมุด จากนั้นก็วนรอบหมู่บ้านสักหน่อย แล้วค่อยกลับเข้าบ้าน หวังว่ากล้ามเนื้อขาเราจะเริ่มปรับตัว แข็งแรงขึ้นจะได้ขี่ขึ้นเขาอย่างไม่เมื่อยสักที

สรุประยะทางจักรยานทีขี่มาตั้งแต่ซื้อมา

รวมเป็น 54 km ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ความเร็วเฉลี่ย 18 km/h

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เพื่อนๆ สามารถชม“แผนที่จักรยานในละแวกบ้าน”:http://oran.hopto.org/stuff/bikemap-northeastkingcounty.pdf เราที่เราทำขึ้นมาในรูปแบบ PDF

นั่งพักหน้าบ้าน

Others say

ชอบทุกรูปเรย โดยเฉพาะ 6 7 8 9 10 เค้าชอบดูรูปอ่า

*ตัวดำ ตาโต น่ารัก เนอะๆๆๆ*

เมืองไทยคงทำมะด้ายเพราะขนาดใน*หมู่บ้าน* รถยังเกือบชนจักรยานเรย!!!

f A i ~ *    2005-08-20 17:31    #

Commenting is closed for this article.